ยาปฏิชีวนะไม่ใช่ยาแก้อักเสบ

ยาปฏิชีวนะ (Antibiotic) เป็นยาที่ใช้รักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่โดยทั่วไปมักเรียกยาปฏิชีวนะว่า “ยาแก้อักเสบ” ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะการอักเสบส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น หลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้ คออักเสบจากการติดเชื้อไวรัส ข้ออักเสบจากโรคข้อเสื่อมหรือเก๊าท์ เป็นต้น

ยาปฏิชีวนะมีหลายชนิด เช่น เพนนิซิลลิน (Penicillin), อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin), เตตร้าซัยคลิน (Tetracycline) เป็นต้น ซึ่งแต่ละชนิดใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างกัน
เป็นหวัด เจ็บคอ ต้องกินยาปฏิชีวนะไหม หลายคนคิดว่าการเป็นหวัดเจ็บคอ แล้วต้องกินยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ จริง ๆ แล้วเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะโรคหวัดเกิดจาก “เชื้อไวรัส” แต่ยาปฏิชีวนะใช้สำหรับฆ่า “เชื้อแบคทีเรีย” ดังนั้นการกินยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรค หรืออาการที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสจึงไม่ถูกต้อง แถมยังทำให้เปลืองเงิน เสี่ยงต่อการแพ้ยา และก่อปัญหาเชื้อดื้อยาด้วย
เป็นแผลเลือดออกจำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อไหม ถ้าแผลไม่สัมผัสสิ่งสกปรก ขอบเรียบ ล้างแผลอย่างถูกวิธี และสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ และที่สำคัญคือ อย่าให้แผลโดนน้ำ (อย่างน้อย 3 วัน หรือตามแพทย์สั่ง) รักษาบริเวณแผลให้สะอาด ไปทำแผลตามนัด หรือทำแผลเองอย่างถูกวิธี เพียงเท่านี้แผลก็หายเองได้โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
“ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยป้องกันการติดเชื้อ” ไม่ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น การรักษาความสะอาดของแผลให้ดีก็เพียงพอที่จะทำให้แผลหายได้ แต่หากแผลบวมแดงอักเสบ ให้รีบปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทันที. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth

admin

admin wrote 172 posts

Post navigation