สุดยอดแม่พิมพ์ของชาติ จิตอาสาเปิดสอนภาษาฟรี

สุดยอดแม่พิมพ์ของชาติ จิตอาสาเปิดสอนภาษาฟรี ชื่นชม“แม่พิมพ์จิตอาสา” ใช้วันหยุดเปิดสอนพิเศษภาษาอังกฤษ-ญี่ปุ่นเด็กๆฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย เผยสงสารอยากนำความรู้ที่มีส่งมอบให้เด็กที่อยากเรียน-ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง

วันก่อนนั่งเขียนงานอยู่บ้านเพลิน ๆ จู่ ๆ มีโทรศัพท์เพื่อนจากเมืองตรังโทรเข้ามาพูดคุยด้วยหลังไม่ได้เจอกันนาน สอบถามสารทุกข์สุกดิบเสร็จปลายสายก็พาเข้าประเด็นเรื่องการศึกษาไทย เปิดฉากตำหนิติเตียนไม่พอใจเรื่องการกวดขันของเจ้าหน้าที่กรณีไปจับฝรั่งที่มารับสอนภาษาในพื้นที่อ้างว่าผิดกฎหมาย ส่วนตัวมองว่าหากทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีมันเป็นเรื่องของกฎหมาย แต่…แต่….ในมุมมองผู้ปกครอง คนเป็นพ่อเป็นแม่เขาไม่ได้คิดในแง่นี้

คนเหล่านี้อยากให้ลูกหลานเรียนภาษาในราคาที่เขาพอจะจ่ายได้ เลยจำเป็นให้ลูกเรียนพิเศษกับครูฝรั่งพวกนี้ เปิดสอนเองตามบ้านเช่าคิดราคาชั่วโมงละ 170 บาท แต่หากเป็นสถาบันกวดวิชาราคาจะสูงกว่าหลายเท่าตัว…หากถูกจับค่าปรับสูงมาก สุดท้ายเลยไม่มีครูฝรั่งกล้าเปิดสอนพิเศษ ความเดือดร้อนก็ตกกับเด็ก…มันเป็นมุมมองที่ต้องย้อนกลับไปดูระบบการศึกษาไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ขอย้ำว่าจะดีจะเลวอย่าไปโทษระบบฯต้องโทษที่คนทำระบบฯดีกว่า ภาพรวมมันเหมือนระบบการศึกษากำลังพัฒนา แต่ดูกันจริงๆมันไม่ได้ไปไหนเลย ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเขาไปไหนต่อไหนกันแล้ว

เกริ่นนำเรื่องการศึกษาของไทย วีคนี้มีตัวอย่างที่พูดได้เต็มปากว่าดีมาก ๆ น่าชื่นชมจริง ๆ สำหรับคนที่ได้ชื่อว่าเป็น“แม่พิมพ์ของชาติ” โดยที่บ้านพัก ร.ต.ท.เดชา ญาณโกมุท 70/11 หมู่ 1 ต.บางเจ้าฉ่า อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง มีเด็ก ๆ หลายคนหิ้วสมุดดินสอปากกามาเรียนพิเศษกับ น.ส.สุภาภรณ์ อยู่ประยงค์ อายุ 30 ปี หรือ”ครูนุ้ย” ครูจิตอาสาใช้ว่างวันหยุดเปิดสอนพิเศษฟรี วิชาภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น ให้แก่เด็ก ๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จุดประสงค์คือต้องการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองที่อยากส่งเสริมให้ลูกตัวเองได้มีความรู้เพิ่มขึ้น โดยมีเด็กนักเรียนในพื้นที่ และใกล้เคียงที่ทราบข่าวเดินทางมาเรียนเป็นจำนวนมาก

“สุภาภรณ์” บอกว่า เป็นครูอยู่ที่ โรงเรียนสวนหญิง จ.สุพรรณบุรี เวลาว่างช่วงวันหยุดจะเดินทางมาสอนหนังสือให้แก่เด็ก ๆ ฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ใช้บ้านแฟนที่เป็นตำรวจทำเป็นสถานที่การเรียนการสอน เอาความรู้ที่มีอยู่ทั้งวิชาภาษาอังกฤษ และและภาษาญี่ปุ่นมาสอนให้เด็กที่อยากเรียนจริง ๆ เป็นการช่วยเหลือส่งเสริมเด็กให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ รวมทั้งเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกหลานได้มีความรู้เพิ่มขึ้น โดยจะเปิดสอนทุกวันเสาร์ เวลา 08.30 น.-10.30 น.

“ปัจจุบันพ่อแม่ผู้ปกครองต้องรับภาระมากอยู่แล้ว หากมีฐานะก็จะส่งลูกหลานไปเรียนตามสถาบันกวดวิชา ซึ่งเขาไม่เดือดร้อนอะไร แต่สำหรับเด็กที่พ่อแม่ฐานะปานกลางหาเช้ากินค่ำ จะหาเงินส่งลูกไปเรียนคงลำบาก เลยคิดจะช่วยแบ่งเบาภาระนี้ เราเป็นครูเห็นแล้วสงสารเด็ก ๆ ทั้งนี้เปิดสอนมาได้ 4 อาทิตย์ผู้ปกครองทราบข่าวพาลูก ๆ มาเรียนเพิ่มขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ดีใจที่เด็กสนใจ-ตั้งใจเรียน ถึงจะเหนื่อยบ้าง แต่คุ้มค่าสำหรับสิ่งที่พวกเขาได้รับกลับไป”

“อารีย์ ต้นพงศ์” อายุ 41 ปี ชาว ต.บ้านพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ผู้ปกครองที่พาลูกหลานมาเรียน บอกว่า รู้สึกดีที่มีครูมาสอน เด็กๆก็ชอบครั้งแรกมากัน 4 คน มาครั้งนี้ มา 9 คนเลย ครูเป็นจิตอาสาจิตใจงดงาม
มาให้ความรู้แก่เด็กเพิ่มจากการเรียนที่โรงเรียน ช่วยผู้ปกครองลดค่าใช้จ่ายค่าเล่าเรียนพิเศษไปได้อีกทาง และที่สำคัญเด็กได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วย

ขอชื่นชมจากใจสำหรับการเสียสละ… มีจิตสำนึกของความเป็นครูอย่างแท้จริง ไม่เห็นแก่เงินทอง ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย…ครูในประเทศไทยมีทุกพื้นที่ ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ไม่ต้องมากขอจังหวัดละคนสองคนทำแบบนี้บ้างก็จะดีมากๆ ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลองทำโครงการดี ๆ แบบนี้บ้างก็ได้ไม่ยากหรอก สอบถามครูในพื้นที่ว่ามีใครสนใจหรือป่าว แค่ท่านหาสถานที่ให้เขาใช้…เชื่อว่าครูไทยหัวใจเสียสละมีมาก…ติดที่ว่าจะทำอะไรผู้หลักผู้ใหญ่คิดเยอะไปหน่อย…ท่านครับไม่ต้องคิดมาก คิดอย่างเดียวประโยชน์ตกที่เด็ก และเยาวชนไทยก็พอแล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์

admin

admin wrote 109 posts

Post navigation