เสวนา ‘ปัญหาลานเบียร์’

“ลานเบียร์”เกลื่อนเมือง อายุไม่ถึง 20 ปีผ่านเข้าฉลุย ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ในเวทีเสวนา “มองรอบด้าน…ลานเบียร์กับสังคมไทย” จัดโดย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ร่วมกับ เครือข่ายนักวิชาการเฝ้าระวังปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ลอยสมุทร อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะเครือข่ายนักวิชาการเฝ้าระวังปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เปิดเผยถึงงานวิจัย “การศึกษาผลกระทบที่เกิดจากปรากฏการณ์ลานเบียร์และกลยุทธ์ประเภทดื่มไม่อั้นของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” สนับสนุนโดย สสส.และศูนย์วิจัยปัญหาสุรา รวบรวมตั้งแต่ปี 2558-ปัจจุบัน พบว่า กลุ่มตัวอย่างนักเรียนมัธยมปลาย 1 ใน 3 หรือ 34% เคยไปลานเบียร์ และแม้ว่าอายุยังไม่ถึง 20 ปี ก็เข้าลานเบียร์ได้ ขณะเดียวกัน กลุ่มตัวอย่างสูงถึง 80.2% ต้องการไปลานเบียร์ใหญ่ๆ ส่วนแรงจูงใจที่ไป คือ ต้องการสังสรรค์ อยากสนุกสนานบันเทิง อยากตามกระแสสังคมปีใหม่ต้องเค้าดาวท์ ที่น่าห่วง คือ23.4% พบเห็นลานเบียร์แถวโรงเรียน และยังพบเห็นได้ตามหน้าห้างชานเมือง 31.2% เทศกาลอาหาร 25% ตามcommunity mall ถนนคนเดิน และตลาดนัด ที่สำคัญคือ ลานเบียร์ทุกแห่งเข้าถึงง่าย สะดวก เจ้าหน้าที่ให้เข้าใช้บริการโดยไม่ต้องตรวจบัตรประชาชน หรือจะตรวจก็ทำพอเป็นพิธี สำหรับผลกระทบจากการไปลานเบียร์ 45.5% เมา 44.9% เสียเงินมากกว่าที่คิด 3.4% ทะเลาะวิวาท 1.7% อุบัติเหตุ 4.5% ถูกพ่อแม่ต่อว่า ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบการไปลานเบียร์ระหว่างนักเรียนมัธยมและนักศึกษามหาวิทยาลัย สิ่งที่เหมือนกัน คือ ดื่มมากกว่าปกติ และมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งยังเสี่ยงต่อการเมาแล้วขับ น่าตกใจว่าเด็กมัธยมก็เข้าถึงลานเบียร์กันแล้ว “ลานเบียร์ คือ ช่องทางการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ง่ายดาย ประกอบกับความบันเทิง ทำให้เกิดการดื่มที่มากขึ้น และลานเบียร์หลายๆ แห่ง ไม่ตรวจบัตรประชาชน ลานเบียร์หลายแห่งเปิดรวมกับลานอาหาร ตลาดนัด ถนนคนเดิน ฯลฯ เราจะเห็นครอบครัวนั่งดื่มเบียร์พร้อมกับรับประทานอาหารในลานเบียร์ประเภทที่เปิดรวมกับลานอาหารหรือเทศกาลอาหาร ซึ่งเท่ากับตอกย้ำเรื่องการดื่มให้กับเยาวชน ลานเบียร์บางแห่งก็ไปเปิดในลานหรือที่ว่างใกล้สถานศึกษา หรือในศาสนสถาน ซึ่งทั้งไม่เหมาะสมและเร่งการเข้าถึงของกลุ่มครอบครัวและเยาวชน อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเรื่องการออกใบอนุญาตลานเบียร์เหล่านี้ รวมไปถึงการเปิดใกล้สถานศึกษา ใกล้ศาสนสถาน หรือเปิดกลางชุมชน” ดร.ศรีรัช กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth

admin

admin wrote 147 posts

Post navigation